Episode's summary
"การที่เราจะเรียนธรรมะ เราจะเรียนแบบวิภัชชวิธี สิ่งที่เราคิดว่าคือตัวเราของเรา จับมันมาแยกเป็นส่วนๆ ด้วยปัญญา เราจะแยกออกเป็น 5 ส่วน ก็มีรูป คือส่วนที่เป็นวัตถุ ส่วนร่างกาย เวทนา ส่วนของความรู้สึกสุข ทุกข์ ไม่สุขไม่ทุกข์ สัญญา ส่วนของความจำได้ความหมายรู้ เช่น จำรูปได้ จำเสียง จำกลิ่น จำรส จำสัมผัส จำเรื่องราวได้ หมายรู้ก็หมายรู้ถูกหมายรู้ผิด หมายรู้ถูกก็หมายรู้ของไม่สวยไม่งามว่าไม่สวยไม่งาม ของไม่เที่ยงก็รู้ว่าไม่เที่ยง ของเป็นทุกข์ก็หมายรู้ว่าเป็นทุกข์ ของไม่ใช่ตัวตนก็หมายรู้ว่าไม่ใช่ตัวตน นี่หมายรู้ถูก หมายรู้ผิดก็ตรงข้ามกัน ถ้าแยกสังขาร สังขารคือความปรุงแต่งของจิต ปรุงดีปรุงชั่ว ปรุงไม่ดีไม่ชั่ว ตัวสุดท้ายวิญญาณ วิญญาณก็คือจิตนั่นล่ะ แต่ท่านเน้นมาที่ตัววิญญาณ คือความหยั่งรู้อารมณ์ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ถ้าเราภาวนาแล้วเรายังเห็นตัวนี้เป็นกลุ่มเป็นก้อนอยู่ เราก็จะรู้สึกว่าตัวเรามีอยู่ เหมือนในรถยนต์ อุปกรณ์ต่างๆ มันยังรวมตัวกันอยู่ เราก็รู้สึกมีรถยนต์ พอมันแยกชิ้นส่วนออกไปแล้ว รถยนต์หายไป สิ่งที่เรียกว่าตัวเราถ้าเราจับแยกส่วนออกไปได้ รูปส่วนรูป เวทนาส่วนเวทนา สัญญาส่วนสัญญา สังขารส่วนสังขาร จิตส่วนจิต…
"การที่เราจะเรียนธรรมะ เราจะเรียนแบบวิภัชชวิธี สิ่งที่เราคิดว่าคือตัวเราของเรา จับมันมาแยกเป็นส่วนๆ ด้วยปัญญา เราจะแยกออกเป็น 5 ส่วน ก็มีรูป คือส่วนที่เป็นวัตถุ ส่วนร่างกาย เวทนา ส่วนของความรู้สึกสุข ทุกข์ ไม่สุขไม่ทุกข์ สัญญา ส่วนของความจำได้ความหมายรู้ เช่น จำรูปได้ จำเสียง จำกลิ่น จำรส จำสัมผัส จำเรื่องราวได้ หมายรู้ก็หมายรู้ถูกหมายรู้ผิด หมายรู้ถูกก็หมายรู้ของไม่สวยไม่งามว่าไม่สวยไม่งาม ของไม่เที่ยงก็รู้ว่าไม่เที่ยง ของเป็นทุกข์ก็หมายรู้ว่าเป็นทุกข์ ของไม่ใช่ตัวตนก็หมายรู้ว่าไม่ใช่ตัวตน นี่หมายรู้ถูก หมายรู้ผิดก็ตรงข้ามกัน ถ้าแยกสังขาร สังขารคือความปรุงแต่งของจิต ปรุงดีปรุงชั่ว ปรุงไม่ดีไม่ชั่ว ตัวสุดท้ายวิญญาณ วิญญาณก็คือจิตนั่นล่ะ แต่ท่านเน้นมาที่ตัววิญญาณ คือความหยั่งรู้อารมณ์ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ถ้าเราภาวนาแล้วเรายังเห็นตัวนี้เป็นกลุ่มเป็นก้อนอยู่ เราก็จะรู้สึกว่าตัวเรามีอยู่ เหมือนในรถยนต์ อุปกรณ์ต่างๆ มันยังรวมตัวกันอยู่ เราก็รู้สึกมีรถยนต์ พอมันแยกชิ้นส่วนออกไปแล้ว รถยนต์หายไป สิ่งที่เรียกว่าตัวเราถ้าเราจับแยกส่วนออกไปได้ รูปส่วนรูป เวทนาส่วนเวทนา สัญญาส่วนสัญญา สังขารส่วนสังขาร จิตส่วนจิต…
Episodes
วิภัชชวิธี : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 11 ต.ค. 2569
Listened"การที่เราจะเรียนธรรมะ เราจะเรียนแบบวิภัชชวิธี สิ่งที่เราคิดว่าคือตัวเราของเรา จับมันมาแยกเป็นส่วนๆ ด้วยปัญญา เราจะแยกออกเป็น 5 ส่วน ก็มีรูป คือส่วนที่เป็นวัตถุ ส่วนร่างกาย เวทนา ส่วนของความรู้สึกสุข ทุกข์ ไม่สุขไม่ทุกข์ สัญญา ส่วนของความจำได้ความหมายรู้ เช่น จำรูปได้ จำเสียง จำกลิ่น จำรส จำสัมผัส จำเรื่องราวได้ หมายรู้ก็หมายรู้ถูกหมายรู้ผิด หมายรู้ถูกก็หมายรู้ของไม่สวยไม่งามว่าไม่สวยไม่งาม ของไม่เที่ยงก็รู้ว่าไม่เที่ยง ของเป็นทุกข์ก็หมายรู้ว่าเป็นทุกข์ ของไม่ใช่ตัวตนก็หมายรู้ว่าไม่ใช่ตัวตน นี่หมายรู้ถูก หมายรู้ผิดก็ตรงข้ามกัน ถ้าแยกสังขาร สังขารคือความปรุงแต่งของจิต ปรุงดีปรุงชั่ว ปรุงไม่ดีไม่ชั่ว ตัวสุดท้ายวิญญาณ วิญญาณก็คือจิตนั่นล่ะ แต่ท่านเน้นมาที่ตัววิญญาณ คือความหยั่งรู้อารมณ์ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ถ้าเราภาวนาแล้วเรายังเห็นตัวนี้เป็นกลุ่มเป็นก้อนอยู่ เราก็จะรู้สึกว่าตัวเรามีอยู่ เหมือนในรถยนต์ อุปกรณ์ต่างๆ มันยังรวมตัวกันอยู่ เราก็รู้สึกมีรถยนต์ พอมันแยกชิ้นส่วนออกไปแล้ว รถยนต์หายไป สิ่งที่เรียกว่าตัวเราถ้าเราจับแยกส่วนออกไปได้ รูปส่วนรูป เวทนาส่วนเวทนา สัญญาส่วนสัญญา สังขารส่วนสังขาร จิตส่วนจิต…
น้อมเข้ามาเรียนรู้ตัวเอง : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 10 ต.ค. 2569
Listenedรายการนี้เป็นการถ่ายทอดคำสอนและแนวทางการปฏิบัติธรรมของหลวงพ่อ โดยเน้นเรื่องการฝึกจิตและการเจริญสติในชีวิตประจำวัน ท่านให้ความสำคัญกับการไม่ส่งจิตออกนอก และการใช้สติเพื่อรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของกายและใจ ไม่ว่าจะเป็นความสุข ความทุกข์ หรือความปรุงแต่งต่างๆ เนื้อหาครอบคลุมถึงวิธีการปฏิบัติที่เหมาะสมกับระดับของแต่ละบุคคล ตั้งแต่การทำสมถะเพื่อความสงบ ไปจนถึงการเจริญวิปัสสนาเพื่อเห็นแจ้งในไตรลักษณ์ ท่านเน้นย้ำว่าการปฏิบัติธรรมไม่ใช่การบังคับจิตให้หยุดคิดหรือทำให้จิตว่างแบบฝืนธรรมชาติ แต่คือการอ่านจิตตนเองเหมือนอ่านนิยาย เพื่อให้เห็นสภาวะธรรมตามความเป็นจริง และรักษาความเป็นกลางเมื่อเกิดความเสื่อมหรือความเจริญในการปฏิบัติ
วิธีปฏิบัติที่ลัดสั้น : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 4 ต.ค. 2569
Listenedรายการพอดแคสต์นี้เป็นการถ่ายทอดคำสอนเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมและการดูจิต โดยเน้นย้ำถึงหลักการพึ่งพาตนเองมากกว่าการพึ่งพาวัตถุหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เนื้อหาครอบคลุมถึงวิธีการฝึกสติเพื่อรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของกายและจิต การจัดการกับอาการจิตฟุ้งซ่าน และการใช้สมาธิเป็นฐานในการเจริญปัญญา เพื่อให้เห็นความจริงของขันธ์ห้าว่าไม่ใช่ตัวตน ผู้สอนได้แบ่งปันประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติและการแก้ปัญหาทางจิต เช่น อาการจิตติดในสมาธิหรือการเพ่งจนเกินไป พร้อมทั้งให้คำแนะนำแก่ผู้ปฏิบัติธรรมในระดับต่างๆ ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นไปจนถึงผู้ที่ฝึกฝนมานาน โดยเน้นย้ำว่าหัวใจสำคัญคือการรู้เท่าทันสภาวะที่เกิดขึ้นตามเหตุและปัจจัย เพื่อนำไปสู่ความหลุดพ้นจากกิเลสและการเข้าใจหลักแห่งกรรมอย่างแท้จริง
ธรรมนิยาม : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 3 ต.ค. 2569
Listenedรายการธรรมะบรรยายที่เน้นเรื่องกฎแห่งกรรมและหลักการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเพื่อความดับทุกข์ เนื้อหาครอบคลุมถึงเรื่องนยาม 5 การรักษาศีลเพื่อลดความเศร้าหมองของจิต และการฝึกสติเพื่อเห็นความจริงของกายและใจว่าไม่ใช่ตัวตน (อนัตตา) โดยเน้นย้ำว่าเป้าหมายสูงสุดของพุทธศาสนาคือการดับทุกข์ ไม่ใช่การอ้อนวอนขอพรจากเทวรูป ในช่วงท้ายมีการตอบคำถามธรรมะแก่ผู้ปฏิบัติกรรมฐานในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่การเดินจงกรม การดูลมหายใจ ไปจนถึงการสังเกตเวทนา โดยหลวงพ่อให้คำแนะนำในการรักษาจิตให้เป็นปกติ ไม่ควรบังคับจิตให้สงบหรือนิ่งจนเกินไปจนกลายเป็นความทื่อ แต่ให้ใช้สติรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของกายและจิตตามความเป็นจริงเพื่อนำไปสู่ปัญญาและการบรรลุธรรม
เข้าใจความเป็นจริงของโลก : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 27 ก.ย. 2569
Listenedการบรรยายธรรมเรื่องการเตรียมความพร้อมทางจิตใจเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของชีวิต โดยใช้หลักสติและปัญญาในการเผชิญกับภัยธรรมชาติ ความเจ็บป่วย และความสูญเสีย เนื้อหาเน้นย้ำถึงการฝึกจิตให้รู้เท่าทันสภาวะธรรม ทั้งความโกรธ ความหลง และความทุกข์ เพื่อให้จิตตั้งมั่นเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน และสามารถเข้าถึงสภาวะที่อยู่เหนือโลกหรือโลกุตตรธรรมได้ ผู้บรรยายแนะแนวทางการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานผ่านการสังเกตกายและจิต การใช้สัญญาในการหมายรู้ความไม่เที่ยง เพื่อพัฒนาจากสมถะไปสู่ปัญญา จนสามารถเห็นความจริงของขันธ์ห้าว่าไม่ใช่ตัวตน และนำไปสู่การละวางความยึดมั่นถือมั่นในที่สุด